(c) 2006-2010. เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง. All Rights Reserved. คุณสามารถคัดลอก (copy) ข้อความในเว็บนี้ไปโพสต่อได้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เครดิตกับเจ้าของบลอกด้วยการโพสบอกที่มาของข้อความด้วยการโพสข้อความนี้ท้ายบทความ ตัวอย่างเช่น "บทความนี้มาจาก http://seeddhamma.blogspot.com/ โดยเมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง" ::: หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อเจ้าของบลอกได้ที่ in.dialogue@yahoo.com ครับ

Saturday, February 21, 2009

การฆ่าสัตว์ (ศีลข้อแรก) โดยที่เราคิดแล้วว่าจำเป็นจริงๆ จะยังควรทำอยู่รึเปล่าครับ?

การฆ่าสัตว์ (ศีลข้อแรก) โดยที่เราคิดแล้วว่าจำเป็นจริงๆ จะยังควรทำอยู่รึเปล่าครับ?

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y7511447/Y7511447.html

ผมได้ อ่านคำแนะนำของหลายๆท่านทีได้ ให้ความเห็นที่รู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีและมีประโยชน์มาก
ผมค่อยๆ ซึมซับเอาความรู้เหล่านี้ มาพิจารณาเอง และ นำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาอะครับ

แต่พออ่านๆไป ผมติดใจอยู่เรื่องนึง
เท่าที่อ่านตอนนี้ พอจับใจความหลักๆ ได้คือ ให้มี "สติ" "ทาน" และ "ศีล" จะช่วยได้ในกรณีนี้เยอะมาก
แต่ผมติดใจข้อที่ว่า "ศีล" อะครับ

โดยเฉพาะศีลข้อ 1
พอดีวันก่อนผม มีเหตุการณ์นึงที่ว่า งูมันกัดหมาผมอะครับ แล้วทีนี้ผมไม่มีความรู้ ณ เดี๋ยวนั้นว่า งูมันมีพิษ รึเปล่า แต่ผมรู้ว่าหมาผมอาจถูกกัด แล้วก็ต้องรีบนำไปรักษา
คือตอนนั้นผมคิดทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องฆ่างูตัวนั้นทิ้ง แล้วเอาไปให้หมอดู จะได้รู้ว่างูมันมีพิษรึเปล่า แล้วจะได้เตรียมการรักษาหมาให้ถูกต้อง เช่นเตรียมเซรัมให้ถูกชนิด

แต่ทีนี้ จะว่าไปเหตุการณ์นี้ การฆ่างูในครั้งนั้นของผม ผมมองกลับมาอีกที ผมก็คิดว่าสามารถหลีกเลี่ยงได้...
โดยอาจจะคิดหาวิธีอื่นเช่น จำหน้าตาชนิดของงู แล้วพาหมาไปหาหมอให้เร็วที่สุด
....แต่จะว่าไปนะครับ ที่คิดแบบนี้ได้ ก็เพราะอาจรู้สึกลึกๆอยู่ด้วยว่า ค่อนข้างแน่ใจระดับนึงว่างูที่เห็นมันไม่มีพิษ กับไม่ได้รู้สึกว่าหมาสำคัญขนาดนั้น

แต่ที่แน่ๆ....กับเหตุการณ์นี้ ผมได้ลงมือฆ่างูไปแล้วเอง โดยตรง ใจผมก็รู้สึกขุ่นมัวระดับหนึ่ง...แต่ก็เป็นการเตรียมใจรับแล้วว่าจะต้องรู้สึกขุ่นมัวแน่ก็ตาม

....แต่ทีนี้ ถ้าถึงเหตุการณ์ที่รู้สึกจากใจว่าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ณ ตอนนั้น เช่น เห็นบุพการี โดนงูที่คิดค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นงูพิษกัดจริงๆ แต่ไม่แน่ใจว่างูอะไร แล้วคิดได้อย่างเดียวตอนนั้นว่าต้องฆ่างูแล้วจับไปให้หมอดู เพื่อวินิจฉัยเซรุ่ม
แต่สมมติว่างูกัดบุพการีเราไปแล้ว...และตอนนั้นเราอยู่ในเหตุการณ์
ถ้าถึงเคสนั้นจริงๆ เราควรจะทำอย่างไรดี?? ฆ่างู ช่วยบุพการี ? หรือว่าควรทำอย่างอื่น?

ผม....ถ้าคิดถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นมาจริงๆ ผมก็ยังคิดว่ายังไงๆก็ต้องฆ่างูอยู่ดีอะครับ เพราะความชัวร์ที่จะจำรูปพรรณงูแล้วเอาไปบอกหมอว่าเป็นงูอะไร มันยังมีความเสี่ยงจากการพลาด จากการจำ จากการเข้าใจอยู่มากเกินไป

ทีนี้ผมก็เลยฉงนว่า...จากเหตุการณ์นี้ เราจะรักษา "ศีล" ได้อย่างไร?





เพิ่มเติมนะครับ
แล้วศีลข้อที่ว่าห้ามพูดโกหก
ถ้าเราจำเป็นต้องพูดโกหก แล้วทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อาจจะเป็นไปตามมารยาท หรือ สถานการณ์บังคับก็ตามที
แล้วมันจะผิดศีลไม๊ครับ? ทั้งๆที่เรา"โกหก"ไปด้วยเจตนาที่หวังดีเต็มเปี่ยม


ขอบคุณครับ



คำแนะนำของผม

ตอบตามปัญญานะครับ

จริง ๆ แล้วหลีกเลี่ยงการฆ่าได้ ไม่ว่าจะกรณีไหน ปัญญา* และสติของเราช่วยได้ครับ (ไม่ได้บอกว่าคนที่ไม่มีปัญญาแก้ปัญหาไม่ได้นะครับ แต่คนปัญญาน้อยก็แก้ปัญหาแบบคนปัญญาน้อย คนปัญญามากก็แก้แบบคนปัญญามาก)

เรื่องการโกหก
เช่นเดียวกันกับข้างบนครับ แล้วแต่ปัญญาของคน

สรุปแล้วคือ ฝึกลับสติและปัญญาให้มาก ไม่ประมาท เผื่อว่าวันหนึ่งเราเจอปัญหา เราจะได้มีปัญญาและสติไว้แก้ปัญหา โดยที่ความทุกข์ไม่เกิดกับเรา

*ปัญญาในที่นี้ไม่มีความหมายในแง่ลบ


(ผมตอบได้แค่นี้ครับ อย่าให้ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเป็นผมจะทำอย่างไรในทั้งสองกรณีครับ)

อ๋อแต่ถ้าได้ตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้ว ก็ไม่ต้องไปขุ่นใจอะไรมากมายครับ ให้เข้าใจว่าตอนนั้นเราได้ทำดีที่สุดตามที่ปัญญาเรามีแล้ว แนะนำให้ใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองมากกว่าไปขุ่นใจครับ

No comments: