สุภัททะ: "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบทูลถามว่า บรรดาคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เป็นเจ้าลัทธิที่หมู่ชนเป็นอันมากยกย่อง ท่านเหล่านั้นตรัสรู้ตามคำสอนของตนหรือไม่ อย่างไรพระเจ้าค่ะ"
พระพุทธเจ้า: "อย่าเลยสุภัททะ ข้อที่ถามนั้นงดเสียเถิด เราจักแสดงธรรมแก่เธอ ขอจงฟังธรรมนั้น แล้วใส่ใจให้ดี ลัทธิอื่นลัทธิใดมิได้เจริญอริยมรรคมีองค์แปด ลัทธินั้นย่อมว่างจากสมณะผู้รู้ แต่หากลัทธินั้นเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 แล้ว ลัทธินั้นจักมีผู้รู้อย่างเราเช่นกัน"
ได้ฟังอย่างนี้เลยไปหามาว่าอริยมรรค 8 มีอะไรบ้างครับ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=crimsonking&date=27-11-2007&group=8&gblog=1
------------------------------------------------------
มรรคมีองค์8 และ อริยมรรคมีองค์8
มรรคมีองค์ 8
หนทาง ให้ถึงความดับไม่เหลือทุกข์
อันประกอบด้วย 8 อย่าง คือ
1 ความเห็นชอบ
2 ความดำริชอบ
3 วาจาชอบ
4 การงานชอบ
5 อาชีวะชอบ
6 ความเพียรชอบ
7 ความระลึกชอบ
8 ความตั้งใจมั่นชอบ
1 ความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ) เป็น (ปัญญา)
ความรู้ในทุกข์ (เห็นในพระไตรลักษณ์)
ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์
ความรู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ความรู้ในหนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อันใด
เรียกว่า รู้ อริยสัจจ์ 4
2 ความดำริชอบ (สัมมาสังกัปปะ) เป็น (ปัญญา)
ความดำริในการออก(จากกาม)
ความดำริในการไม่พยาบาท
ความดำริในการไม่เบียดเบียน
3 วาจาชอบ (สัมมาวาจา) เป็น (ศีล)
การเว้นจากการพูดเท็จ
การเว้นจากการพูดยุยงให้แตกกัน
การเว้นจากการพูดหยาบ
การเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
4 กระทำชอบ (สัมมากัมมันตะ) เป็น (ศีล)
การเว้นจากการฆ่าสัตว์
การเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
การเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย
5 เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ) เป็น (ศีล)
อริยสาวกในศาสนานี้ละมิจฉาชีพเสีย
สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยสัมมาชีพ
6 เพียรพยายามชอบ (สัมมาวายามะ) เป็น (สมาธิ)
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต ไม่ให้เกิด อกุศลธรรม
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต อกุศลธรรมที่เกิดแล้ว ให้ละเสีย
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต ให้เกิด กุศลธรรม
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต กุศลธรรมที่เกิดแล้ว ให้เจริญยั่งยืน ไม่เลอะเลือน
7 ความระลึกชอบ (สัมมาสติ) เป็น (สมาธิ)
พิจารณาเห็น กายในกาย อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนา อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น จิตในจิต อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น ธรรมในธรรม อยู่เสมอ
มีความเพียรเผาบาป
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลก ออกเสียได้
เรียกว่า ให้พิจารณา สติปัฏฐาน 4 (ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ)
8 ความตั้งใจมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ) เป็น (สมาธิ)
เพราะ สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย (วิเวก ) ย่อมเข้าถึง
ฌานที่หนึ่ง อันมี วิตก วิจาร ปิติ สุข
วิตก วิจาร หมดลง เข้าถึง
ฌานที่สอง อันเป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายในให้สมาธิเป็นธรรมอันเอกผุดขึ้น
ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีแต่ ปิติและสุข
ปิติจางหายไป, เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้ มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม และได้เสวยสุขด้วยนามกาย ย่อมเข้าถึง
ฌานที่สาม อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า
"เป็นผู้เฉยอยู่ได้มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม" ได้เสวยสุขด้วยนามกาย
เพราะละสุขและทุกข์เสียได้ และเพราะความดับแห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน ย่อมเข้าถึง
ฌานที่สี่ อันไม่ทุกข์และไม่สุข มีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะจิตวางเฉย(อุเบกขา)แล้ว
จิตเป็น เอกัคคตา (หนื่งเดียว)
สังเกตุ ว่า มรรคมีองค์8 คลุมทั้ง ไตรลักษณ์ อริยสัจจ์4 สติปัฏฏฐาน4 สัมมัปปธาน4
------------------------------------------------------
No comments:
Post a Comment