(c) 2006-2010. เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง. All Rights Reserved. คุณสามารถคัดลอก (copy) ข้อความในเว็บนี้ไปโพสต่อได้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เครดิตกับเจ้าของบลอกด้วยการโพสบอกที่มาของข้อความด้วยการโพสข้อความนี้ท้ายบทความ ตัวอย่างเช่น "บทความนี้มาจาก http://seeddhamma.blogspot.com/ โดยเมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง" ::: หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อเจ้าของบลอกได้ที่ in.dialogue@yahoo.com ครับ

Saturday, February 7, 2009

อริยมรรค 8

สุภัททะ: "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบทูลถามว่า บรรดาคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เป็นเจ้าลัทธิที่หมู่ชนเป็นอันมากยกย่อง ท่านเหล่านั้นตรัสรู้ตามคำสอนของตนหรือไม่ อย่างไรพระเจ้าค่ะ"

พระพุทธเจ้า: "อย่าเลยสุภัททะ ข้อที่ถามนั้นงดเสียเถิด เราจักแสดงธรรมแก่เธอ ขอจงฟังธรรมนั้น แล้วใส่ใจให้ดี ลัทธิอื่นลัทธิใดมิได้เจริญอริยมรรคมีองค์แปด ลัทธินั้นย่อมว่างจากสมณะผู้รู้ แต่หากลัทธินั้นเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 แล้ว ลัทธินั้นจักมีผู้รู้อย่างเราเช่นกัน"

ได้ฟังอย่างนี้เลยไปหามาว่าอริยมรรค 8 มีอะไรบ้างครับ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=crimsonking&date=27-11-2007&group=8&gblog=1
------------------------------------------------------
มรรคมีองค์8 และ อริยมรรคมีองค์8

มรรคมีองค์ 8
หนทาง ให้ถึงความดับไม่เหลือทุกข์

อันประกอบด้วย 8 อย่าง คือ
1 ความเห็นชอบ
2 ความดำริชอบ
3 วาจาชอบ
4 การงานชอบ
5 อาชีวะชอบ
6 ความเพียรชอบ
7 ความระลึกชอบ
8 ความตั้งใจมั่นชอบ

1 ความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ) เป็น (ปัญญา)

ความรู้ในทุกข์ (เห็นในพระไตรลักษณ์)
ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์
ความรู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ความรู้ในหนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อันใด
เรียกว่า รู้ อริยสัจจ์ 4

2 ความดำริชอบ (สัมมาสังกัปปะ) เป็น (ปัญญา)

ความดำริในการออก(จากกาม)
ความดำริในการไม่พยาบาท
ความดำริในการไม่เบียดเบียน

3 วาจาชอบ (สัมมาวาจา) เป็น (ศีล)

การเว้นจากการพูดเท็จ
การเว้นจากการพูดยุยงให้แตกกัน
การเว้นจากการพูดหยาบ
การเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ

4 กระทำชอบ (สัมมากัมมันตะ) เป็น (ศีล)

การเว้นจากการฆ่าสัตว์
การเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
การเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย

5 เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ) เป็น (ศีล)

อริยสาวกในศาสนานี้ละมิจฉาชีพเสีย
สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยสัมมาชีพ

6 เพียรพยายามชอบ (สัมมาวายามะ) เป็น (สมาธิ)

เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต ไม่ให้เกิด อกุศลธรรม
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต อกุศลธรรมที่เกิดแล้ว ให้ละเสีย
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต ให้เกิด กุศลธรรม
เพียรพยายาม ตั้งจิต ประคองจิต กุศลธรรมที่เกิดแล้ว ให้เจริญยั่งยืน ไม่เลอะเลือน

7 ความระลึกชอบ (สัมมาสติ) เป็น (สมาธิ)

พิจารณาเห็น กายในกาย อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนา อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น จิตในจิต อยู่เสมอ
พิจารณาเห็น ธรรมในธรรม อยู่เสมอ
มีความเพียรเผาบาป
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลก ออกเสียได้
เรียกว่า ให้พิจารณา สติปัฏฐาน 4 (ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ)

8 ความตั้งใจมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ) เป็น (สมาธิ)

เพราะ สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย (วิเวก ) ย่อมเข้าถึง
ฌานที่หนึ่ง อันมี วิตก วิจาร ปิติ สุข
วิตก วิจาร หมดลง เข้าถึง
ฌานที่สอง อันเป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายในให้สมาธิเป็นธรรมอันเอกผุดขึ้น
ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีแต่ ปิติและสุข
ปิติจางหายไป, เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้ มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม และได้เสวยสุขด้วยนามกาย ย่อมเข้าถึง

ฌานที่สาม อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า
"เป็นผู้เฉยอยู่ได้มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม" ได้เสวยสุขด้วยนามกาย
เพราะละสุขและทุกข์เสียได้ และเพราะความดับแห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน ย่อมเข้าถึง
ฌานที่สี่ อันไม่ทุกข์และไม่สุข มีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะจิตวางเฉย(อุเบกขา)แล้ว
จิตเป็น เอกัคคตา (หนื่งเดียว)

สังเกตุ ว่า มรรคมีองค์8 คลุมทั้ง ไตรลักษณ์ อริยสัจจ์4 สติปัฏฏฐาน4 สัมมัปปธาน4
------------------------------------------------------

No comments: