(c) 2006-2010. เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง. All Rights Reserved. คุณสามารถคัดลอก (copy) ข้อความในเว็บนี้ไปโพสต่อได้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เครดิตกับเจ้าของบลอกด้วยการโพสบอกที่มาของข้อความด้วยการโพสข้อความนี้ท้ายบทความ ตัวอย่างเช่น "บทความนี้มาจาก http://seeddhamma.blogspot.com/ โดยเมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง" ::: หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อเจ้าของบลอกได้ที่ in.dialogue@yahoo.com ครับ

Thursday, December 25, 2008

ความมหัศจรรย์ของจิต

มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบเราไหม...เกี่ยวกับจิตช่วยเตือนเราล่วงหน้า... คุยได้ทุกศาสนานะ

ช่วงใกล้สิ้นปีงานเรายุ่งมาก ๆ บางคืนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังคิดเรื่องงานอยู่...อยากทำให้เสร็จก่อนสิ้นปี และไม่อยากให้มีข่อผิดพลาด เพราะเป็นงานสำคัญและยากมาก

เมื่อวานเราเข้าไปกำกับงานเอง....(เราทำหนังสือ) อยู่จนดึก เหมือนว่างานจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเก็บงานอีกนิดหน่อยวันรุ่งขึ้น กลางคืน..เหมือนฝัน(แต่ก็ไม่เชิง) คือเราหลับไปแล้วอยู่ๆ ก็มีภาพหนึ่งโผล่ขึ้นมา แต่เรานึกไม่ออกว่ามันเกี่ยวกับงานยังไง พอตอนเช้า เราเข้าไปทำงาน พอตรวจปรู๊ฟสุดท้าย จึงพบข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง...น่าแปลกก็คือ เราวางภาพผิด (เป็นภาพที่สำคัญมาก) เพราะเมื่อคืนชักเบลอ ๆ และสุดท้ายเราจึงพบว่าภาพที่ขาดหายไป คือภาพที่เราเห็นตอนกลางคืนนั้นเอง

เราแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า...จิตของเรามันจะเตือนเราได้
คืองานนี้ถ้าเราใส่ภาพบุคคลสำคัญ (มาก ๆ ) ผิดไป เราเดือดร้อนแน่ๆ
รวมไปถึงหน่วยงานของเราด้วย...มันจะเกิดเรื่องใหญ่มากจริง ๆ

เรื่องจิตมาช่วยเราทำงานเนี่ย เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเพื่อน แล้วคนนั้นจะติดต่อมา ซึ่งเราชินแล้ว และเห็นเป็นปกติ (ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า) แต่นี้เป็นครั้งแรกเลย..ที่เขามาช่วยเตือนไม่ให้เราทำงานพลาด

มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหม




ผมเสริมว่า

แบบนี้ไม่เคยเกิด แต่เคยได้พบกับความมหัศจรรย์ของจิตครับ

ช่วงนั้นเตรียมเรียนต่อ แล้วต้องเขียน statement of purpose เขียนแล้ว แก้แล้วหลายรอบ ปรากฎว่าไม่ได้ผลสักทีเลย สุดท้ายไปนั่งสมาธิ ก็ได้เข้าใจว่าปัญหาคืออะไร แต่ยังหาทางแก้ไม่ได้ แต่รู้แล้วว่าทำไมเขียนไม่ได้สักที จากนั้นก็นอนครับ พอทีนี้ตอนรุ่งเช้าตื่นมาเข้าห้องน้ำ จะกลับไปนอน กำลังเคลิ้ม ๆ ปรากฎว่าทุกย่อหน้าโผล่มาตรงหน้าเลย แบบว่าต้องเขียน 10 ย่อหน้า 10 ย่อหน้าออกมาให้เห็นเลยว่า ย่อหน้าที่หนึงต้องเริ่มแบบนี้ แล้วแบบนี้ต่อ ย่อหน้าต่อไปต้องเขียนอย่างนี้ ผมลุกขึ้นมาจดเกือบไม่ทัน สุดท้ายนั่นคือ final draft เลยครับ

ทุ ก ข์ เ พ ร า ะ ล ะ ว า ง ค ว า ม รั ก ไ ม่ ไ ด้ ท ำ ยั ง ไ ง ถึ ง จ ะ ว า ง ไ ด้ ค ะ

ถาม ทุ ก ข์ เ พ ร า ะ ล ะ ว า ง ค ว า ม รั ก ไ ม่ ไ ด้ ท ำ ยั ง ไ ง ถึ ง จ ะ ว า ง ไ ด้ ค ะ

เราเคยมีแฟนที่เราเคยรักกันมากค่ะ แต่ตอนนี้ใจเค้าเปลี่ยนไปแล้ว แต่เรายังคงรักเค้ามาก

ก่อนนี้วางอนาคตกันไว้แล้ว ว่าเป็นคนที่ใช่ค่ะ พอโดนเค้าบอกเลิก ก็เลยสภาพจิตใจย่ำแย่ ร่างกายก็เริ่มแย่ตาม

ช่วงแรก เสียใจและเครียดมาก ถึงขั้นอยากตาย ก็อาศัยธรรมมะช่วยชีวิตไว้ ไปถือศีลบวชเนกขัม

ประกอบกับอ่านธรรมมะพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก จิตใจก็เริ่มสงบลง ละวางความโลภ โกรธ เกลียด ได้จากใจจริงๆ

แต่กลับละวางความรักไม่ได้ค่ะ ยังคงเสียใจ หมดอาลัยตายยากอยู่อย่างเดิม น้ำตาไหลก่อนจะลืมตาตื่นนอนเสียอีก

พอบวชครบกำหนด กลับมาบ้าน พ่อที่อยู่ต่างจังหวัดโทรมาหา ท่านบอกว่าไม่ต้องคิดมากนะ ป๊าเป็นห่วง น้ำตาก็ไหลไม่หยุด
หลายความรู้สึกมันเทมารวมกัน เสียใจที่ทำให้พ่อต้องเป็นห่วง แต่ก็หยุดความรู้สึกโศกเศร้าไม่ได้

ยิ่งรู้ว่า ทุกสิ่งเกิดจากเวรกรรมของตัวเรา ก็ยิ่งเสียใจกับอดีต พยายามแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร

ตัดสินใจไปกราบหลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม ที่จังหวัดชัยภูมิ เดินทางจากกรุงเทพไปคนเดียว ทั้งๆที่เป็นคนขี้ขลาดมาก

กลัวอันตรายสารพัด แต่พอคิดว่า ไม่มีอะไรทุกข์ไปกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว จากที่ได้ยินชื่อท่านเมื่อ3ปีก่อน ก็อยากไปกราบท่าน แต่จะมีเหตุให้ไม่ได้ไปอยู่เสมอ

คราวนี้คิดในใจอยู่อย่างเดียวว่า ต้องไปให้ได้ เมื่อไปถึงก็ได้รับการดูแลอย่างดี ได้กราบหลวงพ่อ ท่านมีเมตตาให้ลูกหลานมากมาย

สภาพจิตใจในตอนนี้ ยังคงเศร้าซึมไม่หาย เตือนสติตัวเองตลอดเวลาตื่นนอนให้ระลึกถึง คำหลวงพ่อ ท่านให้ภาวนาพุทโธ เราก็ภาวนาไปเรื่อยๆ พอจิตฟุ้ง
ก็ดึงตัวเองกลับมาเริ่มที่ระลึกถึงท่านใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้ตั้งแต่หลวงพ่อท่านบอกมา

แต่สภาพจิตใจก็ยังคงทุกข์อยู่ ไม่คิดอยากได้อยากมี ไม่คิดถึงอนาคต คิดแค่ทำหน้าที่ตัวเองในตอนนี้ให้ดีเท่านั้นเอง

ทำยังไงถึงจะละวางความรักได้ล่ะคะ ตอนนี้เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า อยู่เพื่ออะไร แล้วก็พยายามใส่คำตอบว่า
อยู่เพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อแม่ แต่ใจก็หดหู่ไม่หาย ดูทีวีไม่สนุก ฟังเพลงไม่เพราะ หาความสุขไม่เจอค่ะ

ทั้งๆที่ใครๆก็บอกว่า มันอยู่ที่ใจ




คำแนะนำ สิ่งที่คุณทำอยู่ถูกแล้วครับ เพียงแต่อาศัยเวลา แต่ต้องดีใจนะครับว่าถ้าไม่ได้เจอธรรมะ เวลาที่ต้องใช้จะยาวกว่านี้ครับ

เรื่องละความรักเป็นเรื่องที่ยาก ลองคิดดูสิครับคนเราเกิดมาก็ได้ความรักจากพ่อ แม่ โตมาหน่อยก็จากญาติ โตไปอีกก็ได้จากเพื่อน โตไปอีกก็จากคนรัก ตั้งแต่เกิดจนโตเราอยู่ในวงเวียนของความรัก จะละไปนั้นจะใช้เวลาเดือนหรือสองเดือนหรือสามเดือนคงไม่พอครับ แ่ต่ขอให้เชื่อว่าความทุกข์ครั้งนี้จะผ่านไปได้ครับ :o)

อีกอย่างกลับมาถามตัวเองครับว่าจริง ๆ แล้ว ร้องไห้ทุกข์เพราะอะไร? ถ้ามองจริง ๆ แล้วคุณอาจจะเห็นว่าสิ่งที่คุณ "คิด" ว่ากำลังเป็นแรงผลักให้คุณร้องไห้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงนะครับ (ผมผ่านมาแล้ว) พอได้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักให้เราทุกข์จริง ๆ เราจะแก้ได้ง่ายครับ ขอไม่บอกแล้วกันว่าสิ่ง ๆ นั้นคืออะไร เพราะว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้จริง ๆ ผมคิดว่าเหมือนกัน แต่อยากให้ึุคุณได้พบเจอเองครับ ของแบบนี้เจอเองจะต่างจากคนอื่นบอก ส่วนจะหาของจริงนั้นได้อย่างไร ก็ทำตามที่หลวงพ่อบอกครับ

กระทู้ข้อคิด: ผลลัพธ์ของสิ่งที่เราได้วันนี้ เป็นตัวบ่งบอกว่าที่ผ่านมาเราได้ใช้ชีวิตถูกต้องหรือไม่

ได้กลับไปฟังคุณฐิตินาถอีกรอบ ก็ได้แง่คิดดี ๆ อีกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อคุณอ้อยบอกว่า ผลลัพธ์ของสิ่งที่เราได้วันนี้ เป็นตัวบ่งบอกว่าที่ผ่านมาเราได้ใช้ชีวิตถูกต้องหรือไม่ สิ่งที่เราเจอทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดี เป็นสิ่งที่เตือนใจ เป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นว่าเราใช้ชิวิตที่ผ่านมาอย่างไร

แทนที่เราจะไปโศกเศร้ากับความทุกข์ เราควรจะเอาความทุกข์มาเป็นตัวสะกิดใจเรา เช่น ยามเราอกหัก หยุดคร่ำครวญให้เร็วที่สุด แล้วหันกลับมามองว่าเราได้ทำตัวดีแล้วหรือยังที่จะคู่ควรกับคนดี ๆ ไม่ได้หมายความว่าเค้าดีแล้วเราไม่ดีนะครับ แต่คนเราเป็นเหมือนแม่เหล็ก เราทำตัวอย่างไร เราก็จะได้คบกับคนแบบนั้น ถ้าเราอยากมีความรัก ชีวิตที่ดี เราควรที่จะกลับมาพัฒนาตัวเองให้สมบูรณ์ แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะกลับมา

ลองคิดดูง่าย ๆ ครับ มีคนสองคนให้เรารัก คนแรกปล่อยชีวิตไปวัน ๆ กับคนที่สองทำตัวเองให้มีคุณค่า เราอยากฝากชีวิตไว้กับใคร?

ถ้าเราอยากเป็นคนที่เค้าฝากชีวิตไว้ เราก็ควรทำตัวให้เค้าเห็นว่าเค้าฝากชีวิตไว้กับเราได้

หรืออีกตัวอย่าง ถ้าเราคบกับแฟนตอนที่เรารู้ว่าเค้าติดยาเสพติด แล้วสุดท้ายเค้าทิ้งเราไป เราควรมานั่งเสียใจหรือไม่? แน่นอนหลายคนบอกว่าไม่ควร แต่เรื่องของความรักเป็นสิ่งที่คนภายนอกไม่เข้าใจ คนที่ประสบเองเท่านั้นถึงจะรู้ แต่ผมก็อยากจะบอกว่า การที่คุณได้เลือกคนที่ติดยาเสพติดมาเป็นแฟนแต่แรก คุณรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร (แต่หลายต่อหลายคนก็หลอกตัวเองว่าเราจะเปลี่ยนเค้าได้ เลยเลือกที่จะคบ) ดังนั้นที่คุณไม่ควรเสียใจ ไม่ใช่เพราะว่าเค้าเป็นคนไม่ดีแล้วเหมาะแล้วที่คุณควรเลิกกับเค้า แต่เพราะว่าผลลัพธ์ของการได้คบคนไม่ดีออกมาให้คุณเห็นตั้งแต่วันแรกที่คบเค้า แต่คุณยังฝืนที่จะคบไป ดังนั้นสิ่งที่ได้วันนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เป็นเรื่องธรรมาชาติ ธรรมดาที่คุณเองต่างหากที่ยอมรับไม่ได้ นี่เป็นผลลัพธ์ที่สะกิดใจคุณว่าการตัดสินใจครั้งที่ผ่านมาผิด แล้วควรเก็บเป็นบทเรียนสำหรับความสัมพันธ์ครั้งต่อไป

พูดแบบนี้แล้วหลายคนบอกว่า "คุณไม่ได้มาเจอแบบฉัน" "คุณโชคดีกว่าฉันหนิ ก็พูดได้" แต่คุณอ้อยให้แนวคิดไว้ว่า ทุกคนมีทุกอย่างที่จะมีชีวิตที่เพียงพอเสมอ เพราะการมีมากไม่ใช่ตัวบ่งบอกความสุข ลองดูคนที่ถูกลอตเตอร์รี่แล้วไม่รู้จักเพียงพอ ก็เกิดเป็นทุกข์อีก เมื่อใช้เงินโดยไม่มีการประเมิณ นี่แสดงให้เห็นว่า จำนวนเงินไม่ได้บ่งความสุข แต่ความสุขอยู่ที่ตัวเรา เราเลือกเองได้ครับ

ป.ล.
1. หลักนี้ใช้ได้กับทุกเรื่องครับ ไม่เพียงแต่กับเรื่องเงิน
2. ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ให้ผมได้ปฏิบัติทานครับ

ขอให้มีกำลัง-ของ-ใจสำหรับอุปสรรคปีหน้าครับ

และแล้วก็ถึงเวลาปีใหม่อีกแล้ว เป็นอีกครั้งที่ต้องกลับมาทบทวน กลับมาพัฒนาตัวเองอย่างจริงจังอีกรอบสะทีแหะ ไม่ได้แปลว่าตลอดเวลาไม่ได้ทำนะครับ คือทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ยิ่งตอนเรียน ช่วงเปิดเทอมเนี่ยทำได้ยาก อยู่รอบผู้คน รอบปัญหาไปหมด แต่ปีใหม่แบบนี้ได้อยู่คนเดียว ได้กลับมาคิด ทบทวนอะไรหลายอย่าง ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องไปจุ้นจ่าน ยุ่งยากกับใคร

ขอให้ทุกคนอย่าประมาทกับเวลาช่วงปีใหม่ อย่าหลงระเริงกับการสังสรรค์จนลืมกลับมาให้เวลากับตัวเองนะครับ (เช่น ลองถามตัวเองว่าเราเคยรู้สึกถึงลมหายใจที่เข้าออกจมูกเราจริง ๆ สักครั้งหรือไม่ ถ้าไม่เคยลองหยุดแล้วหายใจเข้าเต็มปอดหนึ่งครั้งและออกช้า ๆ แล้วให้รู้สึกถึงมวลของอากาศที่กำลังผ่านโพรงจมูกแค่นี้แหละครับ)

ปีหน้าขอให้มีทุกข์ที่ทนได้ง่ายมากกว่าทุกข์ที่ทนได้ยาก แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างหลังขอให้มีกำลังใจ -- หมายถึง กำลังของใจ -- ที่จะพาให้ผ่านพ้นไปได้ครับ