จะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อคืนหลังเกิดเหตุการณ์ แต่ว่าง่วงมากครับ... ถือว่าเป็นข้อคิดส่วนตัวประจำวันของผม ที่อยากแบ่งปันแล้วกันนะ
เมื่อวานผมมีโอกาสเข้าร่วมสนทนาห้องแชทห้องหนึ่ง พอเข้าไป เจอน้องคนหนึ่งพูดๆๆๆๆๆ ไม่หยุด พอคนอื่นยกไมค์จะพูด น้องเค้าก็บอกว่า "ผมขออีก 15 นาที" ซึ่งตามหลักแล้วน่าจะไม่เหมาะสมเพราะว่าควรจะผลัดกันพูด ... จริงๆ ถ้าจะพูด 15 นาทีจริงๆ คงไม่มีใครว่าหรอก แต่เพราะว่าน้องเค้าพูดไปเรื่อยๆ ไม่มีการลำดับข้อความ อีกทั้งยังไม่มีประเด็นชัดเจน ทำให้การพูดของน้องเค้าเป็นเหมือนการพูดไร้สาระไป ทั้งๆ พูดเรื่องมีสาระมาก
ผมเริ่มหงุดหงิด ผมเลยออกจากห้องแชท หลังจากนั้นพี่คนหนึ่งก็ชวนผมเข้าไปใหม่ ก็เจอน้องอยู่พูดอยู่!!! ผมก็หงุดหงิดอีกครั้ง เพราะหวังว่าจะได้หยิบไมค์สนทนาบ้าง น้องเริ่มพูดจนคนในห้องเริ่ม "ด่า" ผมก็เริ่มอดไม่ไหวเหมือนกัน...
แต่ทันใดนั้น ผมก็นึกถึงคำว่า "รู้ทันใจ" ผมเลยนั่งฟังน้องเค้าพูดต่อ พร้อมกันหลับตานั่งรู้ทันใจไปเรื่อยๆ
ผมเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง เริ่มได้ยินเสียงน้องเค้าพูด --- และไม่เพียงได้ยิน (hear) แต่ว่าได้ฟัง (listen) สิ่งที่น้องเค้าพูดจริงๆ --- จากนั้นผมเริ่มฟังน้องเค้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เริ่มมองเห็นเค้าเปลี่ยนจากเด็กที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เป็นเด็กคนหนึ่งที่พูดแต่สิ่งดีๆ ที่มีเจตนาดีๆ (แม้วิธีพูดยังน่าเป็นที่รำคาญของคนในห้องเหมือนเดิม สังเกตได้จากข้อความหน้าจอของห้องสนทนานั้น) ผมฟังไปก็ยิ้มไป และคิดได้ว่านี่แหละน้องเค้ากำลังสอนอะไรพวกเรา แต่พวกเราต่างหากที่ไม่ยอมรับความแตกต่างของเค้าที่อายุน้อยกว่า ทำให้เราไม่เห็นสิ่งดีๆ แต่กลับไปเห็นสิ่งที่เราไม่อยากมอง ไม่อยากฟังกัน
ทุกที่มีสิ่งที่เราเรียนรู้ได้เสมอ เพียงแต่เราจะเปิดใจยอมรับหรือเปล่าเท่านั้นเอง.... คนเราก็แปลก ชอบเลือกสิ่งที่ไม่ชอบเข้าตัว แล้วไปโทษคนอื่นที่ทำให้ตัวเองหงุดหงิด ราวกับว่าเราไม่มีอิสรภาพในการดำเนินชีวิตของเรา ต้องเดินตามสิ่งเร้าที่มากระทบเราตลอดเวลา จริงไหมครับ...
ผมยังฟังน้องไม่เสร็จ -- ไม่สิ ถ้าจะให้ถูกน่าจะพูดว่า น้องเค้ายังพูดไม่จบ -- ก็มีโทรศัพท์เขามา ผมก็ไปรับ กลับมาอีกที น้องหายไปแล้ว เห็นคนในห้องพูดว่าน้องคงน้อยใจออกไปแล้ว เพราะว่าปกติไปคุยห้องไหน ก็ไม่มีใครอยากให้ไมค์ มีห้องนี่แหละ ที่ให้โอกาสน้องเค้าพูด
ฟังแบบนี้แล้ว ผมยิ่งรู้สึกผิดกับความคิดหงุดหงิดตอนแรกของผม ก็ได้แต่ส่งข้อความไปขอบคุณน้องเค้าที่สอนอะไรดีๆ ให้ผมก่อนนอน ...
หลายๆ คนอ่านเรื่องนี้แล้วอาจจะคิดว่าเป็นการมองโลกในแง่ดี ตามวิธีของจิตวิทยายุคใหม่ แต่สำหรับผมเองนั้น อยากจะบอกว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะครับ
สำหรับเรื่องนี้ถ้ามองโลกในแง่ดี คงจะได้ผลออกมาดังนี้: ผมก็นั่ง "ทน" ฟังไปเรื่อยๆ แล้วก็ "หลอกตัวเอง" ไปเรื่อยๆ ตลอดการฟังว่าเราเรียนรู้อะไรจากคนอื่นได้ แม้ว่าสิ่งที่พูดนั้นอาจจะไม่มีอะไรดีเลยก็ตาม ผลจากการฟังก็ไม่มีอะไรมากหรือว่าจะมีบ้างจากการพยายามค้นหาข้อดีอย่างทุรนทุราย ... ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าใจเราไม่เปิดอย่างที่เราพูดไว้ว่าจะเปิดใจ คือปากเปิด แต่ใจไม่เปิดตามปาก
ผลที่ได้จากการมองโลกในแง่ดีนั้น ต่างจากผลที่ผมได้ดังที่อธิบายไปตอนต้นแล้วสิ้นเชิงครับ...
No comments:
Post a Comment