"อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ" โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ...
ถาม: ท่านโกณฑัญญะรู้อะไรในวันอาสาฬหบูชา? ท่านรู้อะไรจากธรรมเทศนาครั้งแรก ของพระพุทธเจ้า?
ตอบ: ท่านรู้ถึงอริยสัจจ์ 4 หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ข้อ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย (เหตุของทุกข์) นิโรธ (ความดับทุกข์) มรรค (หนทางแห่งการดับทุกข์)
ถาม: ทำไมอริยสัจจ์เริ่มด้วยทุกข์? ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มองโลกในแง่ร้ายเกินไปไหม?
ตอบ: โดยปกติจะสังเกตว่าหลักธรรมศาสนาพุทธจะมีเป็นข้อๆ โดยแต่ละข้อจะเชื่อมโยงกัน ที่อริยสัจจ์เริ่มด้วยทุกข์เพราะว่า ถ้าไม่เห็นทุกข์ เราจะไม่เห็นความจริงของการหลุดพ้น คงเหมือนสุภาษิตจีนว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ถ้าเราไม่เข้าใจทุกข์ แล้วเราจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร
ถาม: ดูเหมือนยุ่งยาก มีวิธีอธิบายอริยสัจจ์ง่ายกว่านี้ไหม
ตอบ: เคยฟังหลวงปู่ดูลย์(ถ้าจำไม่ผิด)อธิบายเรื่องนี้ให้ชาวนาที่เคยไปถามท่าน ท่านตอบว่า เวลาจูงควายในนา แล้วเชือกไปพันตอรู้สึกยังไง? ก็หงุดหงิด ไม่พอใจ นั่นแหล่ะทุกข์ สาเหตุของมันคืออะไร ก็เชือกมันพันตอครับ นั่นแหล่ะสมุทัย แล้วจะหยุดความไม่พอใจนี้ยังไง ก็ต้องไปเอาเชือกออก นั่นแหล่ะนิโรธ แล้วจะเอาออกยังไง ก็ต้องเดินไปที่ต้นตอ แล้วไปเอาเชือกออกครับ นั่นแหล่ะมรรค
ถาม: นั่นคือความรู้เชิงปริยัติ (theory) และเวลาปฎิบัติจะต้องทำยังไง
ตอบ: ท่านพุทธทาสพูดเรื่องนี้ในหนังสือปฎิจจสมุปบาท หลวงพ่อปราโมทย์ก็พูดเหมือนกัน นั่นคือ การฝึกสติ ... การฝึกให้สติเกิดขึ้นบ่อยๆ จะทำให้จิตเห็นความจริงของกาย ความจริงของใจ เมื่อจิตเห็นจนเบื่อ จิตจะละกายละใจ นั่นแหล่ะคือการละขันธ์หรือตัวทุกข์ (read: กายและใจคือตัวทุกข์) เมื่อกายและใจถูกละ ปัญญาจะเกิด เพื่อเข้าใจว่ากายใจนั้นไม่ใช่ของเรา
ถาม: ข้อควรระวังใจการปฎิบัติมีสติรู้กายใจคืออะไร
ตอบ: หลักมัชฌิมาปฏิปาหรือการเดินทางสายกลาง ซึ่งเป็นอีกหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันอาสาฬหบูชา โดยหลักนี้ใช้ในการปฎิบัติคือ เวลามีสติรู้กายใจ อย่าเผลอและอย่าเพ่ง โดยปกติคนทั่วไปจะเผลอและพระพุทธเจ้าผ่านทุกขกริยามามากก็รู้ว่านั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ แต่ทางพ้นทุกข์ที่แท้จริงคือ การเดินทางสวยกลาง
ถาม: สรุปรวมแล้วคือ?
ตอบ: ข้อนี้ผมขอยกคำพูดของหลวงพี่ที่วัดป่าที่ลาสเวกัส
ผมไปถามท่านเมื่อสองอาทิตย์ก่อนว่า "หลวงพี่ครับ ฝึกรู้กายรู้ใจแล้วเราได้อะไร" หลวงพี่ตอบว่า "แล้วเราต้องการอะไรหล่ะ" ...
หมายเหตุ: หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ที่นี่ด้วยครับ เขียนมาจากที่อ่าน ฟัง และได้ปฎิบัติมา :)
No comments:
Post a Comment