(c) 2006-2010. เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง. All Rights Reserved. คุณสามารถคัดลอก (copy) ข้อความในเว็บนี้ไปโพสต่อได้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เครดิตกับเจ้าของบลอกด้วยการโพสบอกที่มาของข้อความด้วยการโพสข้อความนี้ท้ายบทความ ตัวอย่างเช่น "บทความนี้มาจาก http://seeddhamma.blogspot.com/ โดยเมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง" ::: หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อเจ้าของบลอกได้ที่ in.dialogue@yahoo.com ครับ

Friday, July 23, 2010

ฉันทะเกิดเมื่อเราสนุก ศรัทธา อยู่กับปัจจุบัน และเห็นประโยชน์ของงาน


พูดถึงเรื่องของฉันทะแล้ว เคยสงสัยว่าฉันทะจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ฉันทะถือเป็นตัวแรกของอิทธิบาท๔ วันก่อนว่ายน้ำอยู่ ก็ฉุกคิดขึ้นมาถึงเรื่องการปฎิบัติของหลวงพ่อปราโมช แล้วก็นึกเลยไปถึงงานเขียนของฐิตินาถ (เข็มทิศชีวิต) และไฟล์เสียงของดร. สนอง เราก็กลับมาคิดได้ว่า ฉันทะน่าจะเกิดเมื่อ
  1. เราสนุกกับสิ่งที่เราทำ หลวงพ่อมักพูดว่าตอนฝึกใหม่ๆ จะไม่คิดอะไรมาก แค่สนใจว่าจิตมันแปลกดีนะ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ การตามดูตามรู้มันเป็นเรื่องสนุกดี
  2. เราศรัทธาในสิ่งที่เราทำ คือเราเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ควรทำ แต่อย่าไปคิดว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง ถ้าเราไปเอาผลลัพธ์เป็นหลัก เมื่อมันไม่ได้ตามที่เราหวัง (และหลายๆ ครั้งอาจจะไม่ได้ตามที่หวัง เพราะว่าทุกอย่างเป็นอนัตตา) เราก็จะเสียใจ แต่พูดแบบนี้แล้วอย่าไปคิดว่าอย่าหวังเลย ตามหลักแล้ว ถ้าเราทำดี ผลจะต้องได้ดีแน่นอน ไม่ต้องกังวล
  3. เราอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปยึดติดกับความคิดว่ามันจะไม่ดี เราจะทำไม่ได้ ให้รู้แต่เพียงเรื่องของปัจจุบันตอนนี้ เพราะว่าจริงๆ ถ้าเราดูจิตแล้ว ความกลัวในปัจจุบันจะไม่มี แต่มันมีขึ้นมาเพราะว่าเราไปนึกถึงอนาคตหรือไปนึกถึงอดีตสะมากกว่า
  4. เราเห็นประโยชน์ของมัน ตรงนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของตัวเอง แต่เป็นประโยชน์ของคนอื่น เช่น เราเรียนจบมา เราต้องถามตัวเองว่า "how can I use my knowledge to use? How can I use it to help others?" ไม่ใช่ถามว่า ทำงานแล้วจะได้เงินเท่าไหร่ ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ถ้าคิดแบบหลังแล้ว เราจะกลัวที่จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์เสมอ เพราะว่านายจ้างคงต้องประเมิณว่าเงินที่จ่ายเรามันคุ้มค่ากับงานเราหรือไม่ แต่ถ้าเราคิดถึงคนอื่น เราไม่ต้องกลัวว่าจะต้องถูกวิจารณ์ ถึงแม้จะโดน(เพราะว่าวิจารณ์ก็เป็นหนึ่งในโลกธรรม) เราก็ไม่เจ็บมาก เพราะว่าเราตั้งใจทำเพื่อคนอื่นอยู่แล้ว อีกอย่างเมื่อเราทำตัวเพื่อสังคมจริงๆ คนอื่นคงไม่กล้าวิจารณ์เรามาก เหมือนอาสาสมัคร คนด่าอาสาสมัครคงมีน้อยกว่านายจ้างด่าลูกจ้าง เรื่องนี้คงโยงไปถึงเรื่องแม่ค้ากระท้อนลอยแก้วในหนังสือเข็มทิศชีวิตที่คิดถึงประโยชน์ของงานตัวเองมากกว่ารายได้หรือกำไรที่จะได้รับ
  5. อย่าไปหวังผล แค่ทำปัจจุบันให้ดี: ไม่ใช่ goal-oriented แต่ present-oriented

No comments: