ถ้าบาปบุญมีจริง
ทำไมประชากรโลกจึงเพิ่มถ้าบาปบุญมีจริงทำไมประชากรโลกจึงเพิ่มครับหรือว่ายุคหนึ่งสิ่งมีชีวิตไปเกิดเป็นพวกแบคทีเรียหรือแมลงซะเยอะพอเวลาผ่านไปใช้กรรมหมดจึงมาเกิดเป็นคน
เรื่องนี้ถ้าใช้หลักศาสนาตอบจะอธิบายอย่างไรครับ
ผมไม่เชื่อบาปบุญ ไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่
ผมพยายามจะทำดีเพราะคิดว่าเป็นความดีเท่านั้น
ไม่ทำร้ายผู้อื่นเพราะเป็นมันสิ่งไม่ดีถ้าใครมาทำกับผมผมก็คงไม่ชอบเหมือนกันผมไม่คิดจะทำดีเพราะแค่กลัวตกนรก
หรือกลัวบาปอะไร
"ผมไม่เชื่อบาปบุญ ไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ ผมพยายามจะทำดีเพราะคิดว่าเป็นความดีเท่านั้น ไม่ทำร้ายผู้อื่นเพราะเป็นมันสิ่งไม่ดีถ้าใครมาทำกับผมผมก็คงไม่ชอบเหมือนกันผมไม่คิดจะทำดีเพราะแค่กลัวตกนรก หรือกลัวบาปอะไร"
อ๋อ ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยได้ทำความดีก็ยังดีครับ เตรียม risk management ไว้ เราไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง ตายไปแล้วไปไหน อย่างน้อยก็ป้องกันความเสี่ยงไว้ แม้ว่าจะทำบุญด้วยเหตุใดก็ตาม
เรื่องประชากร ผมตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ให้สังเกตว่าคนยุคหลัง ๆ เริ่มมีำพฤติกรรมโดยรวมแย่กว่าคนยุคอดีต (อันนี้เห็นด้วยไหมครับ) โดยเวลาทำบาปแล้ว ภพหนึ่งที่จะไปเกิดได้ืคือ สัตว์เดรัจฉาน แล้วลองมองไปรอบ ๆ สิครับ เอาแค่คนในบ้านก็ได้ นับดูว่ามีมนุษย์กี่คน แล้วมีสัตว์เดรัจฉาน (แมลง สัตว์ ฯลฯ) มากกว่ามนุษย์หรือไม่? มากกว่าเท่าไหร่?
พระพุทธเจ้าตรัสว่า นรก สวรรค์ ภพต่าง ๆ ไม่ใช่ของพระพุทธศาสนา แต่มันเป็นของทุกสรรพสัตว์ ผมก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ แต่มาวิเคราะห์ที่ พพจ พูดหลาย ๆ อย่างมีอันไหนไม่จริงบ้างน้า?
คนเราเกิด แก่ เจ็บ ตายกันทุกคน - เออ จริงแหะทุกอย่างไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงตลอด (อนิจจัง) - เออ จริงอีกแหะกฎแห่งกรรม - เออก็จริง (อันนี้เจอกับตัวเอง แต่ไม่ขอเล่านะครับ) วันไหนเราลองไปยิ้มให้เพื่อน เออเพื่อนมันยิ้มกลับให้เรา วันไหนเราไปชกมัน มันก็ชกเรากลับ (action = reaction)เราเกิดมาด้วยรูป กับ นาม - เออ ไม่เคยพบเคยเจอ จนได้นั่งสมาธิและต่อวิปัสสนา เออ จริงด้วยแหะ ไม่เคยรู้เลย
ยังศึกษาไม่หมด แต่ทุกสิ่งที่ พพจ บอก แล้วเราได้เจอเอง จริงหมดเลยวุ้ย ทีนี้สวรรค์ นรก ภพต่าง ๆ จะไม่มีเหรอ? อืมมมม
นอกจากนี้ยังมีคำตอบที่ผมเห็นว่าน่าสนใจดี
ศาสนาพุทธ เป็นศาสนา ที่ว่ากันด้วยเหตุและผล
เมื่อมีเหตุ ก็ต้องมีผลเมื่อปราศจากเหตุ ก็ปราศจากผลมีเหตุให้เกิดดี ก็ไปเกิดดีมีเหตุให้เกิดชั่ว(ไม่ดี) ก็ไปเกิดชั่ว (ไม่ดี)
ไม่มีเหตุให้เกิด ก็ไม่มีการเกิด
ควรมีคิดเห็นกล่าวกับข้อความนี้อย่างไร
วันนี้มี วันวานมี วันพรุ่งนี้มี
เดือนนี้มี เดือนที่แล้วมี เดือนหน้ามี
ปีนี้มี ปีที่แล้วมี ปีหน้ามี
เพราะฉะนั้น
ชาตินี้มี ชาติที่แล้วจึงมี ชาติหน้าจึงมี
เอ๊ วันวานมีจริงหรือ วันพรุ่งมีจริงหรือ
ถ้าวันวานมีจริง แล้วมันอยู่ที่ไหนละ ไฉนไม่พบเห็นถ้าวันพรุ่งมีจริง แล้วมันอยู่ที่ไหนละ ไฉนไม่พบเห็น
ควรเชื่อหรือว่าวันวานมีจริง วันพรุ่งมีจริง ????
เราจำเรื่องราว สมัยวัยทารก ได้แจ้งชัดแค่ไหน
คนตาบอดมาแต่กำเนิด ไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์มาก่อน ควรจะเชื่อเมื่อมีคนบอกว่า ดวงอาทิตย์มีอยู่ หรือไม่ควรจะเชื่อดีละ ( ทั้งๆที่สัมผัสความร้อนของดวงอาทิตย์นั้นได้ )
คนตาบอดมาแต่กำเนิดนั้น ควรจะเชื่อไหม ว่าคนดีมีอยู่ คนตาบอดมาแต่กำเนิดนั้น ควรจะเชื่อไหม ถ้ามีคนบอกว่า สีเขียว สีแดง สีเหลือง ฯ มีอยู่
หากมีคนบอกว่า ผมก็เป็นโรคร้ายแรง ต้องรีบรักษานะ ถ้าไม่รีบรักษาจะตายแน่นอนผมควรจะเชื่อเขาดีไหม
หรือต้องรอให้อาการอาการของโรค กำเริบปรากฏขึ้นก่อนจึงควรเชื่อหรือควรจะรอให้อาการของโรคนั้น กำเริบขึ้นก่อนด้วย อาการทรุดหนักใกล้ตายแล้วด้วยจึงยอมเชื่อ คนผู้บอกนั้น
สมัยที่ไม่มีโลกนี้ สัตว์ทั้งปวง (รวมมนุษย์ทั้งปวงในตอนนี้ด้วย) ย่อมไปอยู่ที่โลกอื่นบางสมัยโลกนี้ไม่มีมนุษย์ เพราะไปเกิดเป็นสัตว์ในโลกอื่นกันหมด
บางสมัยโลกนี้มีมนุษย์น้อย เพราะมาจากโลกอื่นน้อยบางสมัยโลกนี้มีมนุษย์มาก เพราะมีจากโลกอื่นมากแล้วโลกอื่น ที่ว่านี่ มันโลกไหน แล้วมันมีจริงหรือ
ถ้ามีเหตุ ก็ต้องมีผล
ในเมื่อของหยาบๆ ที่เราสัมผัสได้ เห็นมีอยู่ ฯ ของละเอียดที่ต้องใช้แว่นขยายช่วยจึงเห็นได้มีอยู่ คลื่นวิทยุ ต้องใช้เครื่องรับที่มีความถี่ของคลื่นตรงกันจึงรับได้มีอยู่
ฉะนั้นของ(โลก)อันเป็นทิพย์ ที่ต้องใช้ใจทิพย์ ตาทิพย์ หูทิพย์ กายทิพย์ ฯ จึงรับรู้ เห็นได้ สัมผัสได้ ฯ ก็ควรจะมีอยู๋นะ
จากคุณ : นิทราวสานคำนึง (ryombr)
No comments:
Post a Comment