(c) 2006-2010. เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง. All Rights Reserved. คุณสามารถคัดลอก (copy) ข้อความในเว็บนี้ไปโพสต่อได้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เครดิตกับเจ้าของบลอกด้วยการโพสบอกที่มาของข้อความด้วยการโพสข้อความนี้ท้ายบทความ ตัวอย่างเช่น "บทความนี้มาจาก http://seeddhamma.blogspot.com/ โดยเมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง" ::: หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อเจ้าของบลอกได้ที่ in.dialogue@yahoo.com ครับ

Thursday, October 14, 2010

หากท่านใดกำลังสงสัยว่าธรรมะที่ท่านกำลังปฏิบัติอยู่นั้น เป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม

หากท่านใดกำลังสงสัยว่าธรรมะที่ท่านกำลังปฏิบัติอยู่นั้น เป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่แล้ว จขกท ก็ขอแนะนำให้ลองศึกษาลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ และ ๗ จากหนังสือ "รู้หลักก่อนแล้วศึกษา และสอนให้ได้ผล" โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) (จากหน้า ๓ – ๔ ของหนังสือ) นะครับ ดังต่อไปนี้

"... ลักษณะตัดสินธรรมวินัยนี้ เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าเองได้ตรัสไว้แก่ พระนางมหาปชาบดีโคตมี มีอยู่ ๘ ประการด้วยกัน ท่านบอกว่า หลักที่ใช้ตัดสินว่า ธรรมหรือคำสอนอันใด เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ก็คือให้ดูว่า ธรรมที่เขายกมาอ้างหรือกล่าวหรือประพฤติปฏิบัตินั้น เป็นไปตามลักษณะ ๘ ประการต่อไปนี้ หรือไม่ คือ

๑ เป็นไปเพื่อวิราคะ คือ ความคลายหายติด (สำนวนเก่าว่าคลายกำหนัด)

๒ เป็นไปเพื่อวิสังโยค เพื่อความคลาย การหลุดจากความทุกข์ ไม่ประกอบด้วยความทุกข์

๓ เป็นไปเพื่ออปจยะ ความไม่พอกพูนกิเลส

๔ เป็นไปเพื่ออัปปิจฉตา ความมักน้อย

๕ เป็นไปเพื่อสันตุฏฐี ความสันโดษ

๖ เป็นไปเพื่อปวิเวก ความสงัด

๗ เป็นไปเพื่อวิริยารัมภะ การระดมความเพียร

๘ เป็นไปเพื่อสุภรตา ความเลี้ยงง่าย

ถ้าไม่เป็นไปตามหลัก ๘ ประการนี้ ก็ถือว่าไม่ใช่ธรรมไม่ใช่วินัย ไม่ใช่สัตถุสาสน์ ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ถ้าเป็นไปตามหลักนี้ เข้ากันได้กับความที่กล่าวมา ๘ ประการ ก็เป็นธรรมเป็นวินัย เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ..."

".... ยังมีหลักธรรมคล้าย ๆ กันนี้ อีกหมวดหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แก่พระอุบาลี ซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่ ที่ได้รับการยกย่องเป็นเอตทัคคะมีความเป็นเลิศทางพระวินัย หรือเป็นประวินัยธร ก็เรียกชื่อทำนองเดียวกันว่าเป็นลักษณะตัดสินธรรมวินัย แต่มี ๗ ประการและกล่าวความทำนองเดียวกันว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อ

๑ เอกันตนิพพิทา เพื่อความหน่ายสิ้นเชิง

๒ เป็นไปเพื่อวิราคะ การคลายความยึดติด

๓ เป็นไปเพื่อนิโรธ ความดับทุกข์

๔ เป็นไปเพื่ออุปสมะ ความเข้าไปสงบระงับ

๕ เป็นไปเพื่ออภิญญา ความรู้ยิ่งเฉพาะ

๖ เป็นไปเพื่อสัมโพธะ ความตรัสรู้

๗ เป็นไปเพื่อนิพพาน

รวม ๗ ประการ ถ้าเข้ากับหลักนี้ ก็เรียกว่าเป็นธรรมเป็นวินัย เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่เข้ากับหลักนี้ ก็ไม่ใช่ ..."

ดังนั้นแล้ว แต่ละท่านก็สามารถพิจารณาส่วนตัวท่านได้เองเลยครับว่าธรรมะที่ท่านกำลังปฏิบัติอยู่นั้นเข้าหลักเกณฑ์ครบถ้วนหรือไม่นะครับ

จากคุณ : ngodngam 
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y9806231/Y9806231.html

No comments: