"ดูกรภิกษุ! เราตถาคตจะยกอุปมาให้เธอฟัง
เหมือนอย่างว่า พระนครที่ทำด้วยเหล็ก
มีความยาว ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ สูง ๑ โยชน์
ซึ่งเป็นพระนครที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด
มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน
ยังมีบุรุษผู้หนึ่งพึงหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ
ออกจากพระนครนั้น โดยกาลล่วงไป ๑๐๐ ปี ต่อเมล็ดหนึ่ง
การที่เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้น จะพึงถึงความหมดไป สิ้นไป
เพราะความพยายาม ของบุรุษนั้น ยังเร็วกว่า
แต่เวลาที่เรียก กัปหนึ่ง นั้น ยังไม่ถึงความหมดไป สิ้นไปเลย
กัปหนึ่งนั้น ยาวนานอย่างนี้
ก็บรรดากัปที่ยาวนาน อย่างนี้แหละ
พวกเธอท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่ในวัฏสงสาร
มิใช่ ๑ กัป มิใช่ ๑๐๐ กัป
มิใช่ ๑๐๐๐๐๐ กัป
เพราะว่า วัฏสงสารนี้ กำหนดที่สุดเบื้องต้นและเบื้องปลายมิได้
ในเมื่อเหล่าสัตว์ทั้งหลายถูกอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น
ถูกตัณหาผูกพันเข้าไว้ ก็ย่อมจะต้องท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่
โดยที่สุดเบื้องต้นและเบื้องปลาย ย่อมไม่ปรากฏเลย
ดูกร...เธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย!
ก็เหตุเพียงเท่านี้
ย่อมเป็นเหตุเพียงพอ เพื่อที่จะเบื่อหน่ายในสงสารทั้งปวง
เป็นเหตุเพียงพอ เพื่อที่จะคลายความกำหนัด
เป็นเหตุเพียงพอ เพื่อที่จะหลุดพ้น ดังนี้ "
No comments:
Post a Comment